Breaking News


Warning: sprintf(): Too few arguments in /home/mqjb2fe4onk1/public_html/hobsonbuildsco.com/wp-content/themes/newsreaders/assets/lib/breadcrumbs/breadcrumbs.php on line 252
เซอร์ไพรส์

เซอร์ไพรส์ ผลโหวตแฟนแมนยูเลือกใครเล่นหน้าเป้า

เซอร์ไพรส์ เปิดผลโหวตแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการที่จะให้คนใดกันเล่นเป็นหอกตัวเป้า โดยอันดับ 1 สร้างความสงสัยได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

เซอร์ไพรส์ เว็บไซต์ เดอะ พีเพิ่ล เพอร์สัน ทำแบบสอบถามแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในประเด็นที่ว่า อยากให้คนใดกันเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าในตอนที่เหลือของฤดู โดยผลออกมาอย่างน่าแปลกใจ หลัง เมสัน กรีนวู้ด เข้าป้ายมาเป็นอันดับหนึ่ง

ในแบบสอบถามมี 4 นักฟุตบอลให้เลือกคือ อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เอดินสัน คาวานี่ และก็ กรีนวู้ด ก่อนมีคนเข้ามาแสดงความเห็นกว่า 1,500 คน และก็ผลออกมาว่า กรีนวู้ด ได้คะแนนโหวตมาเป็นอันดับ 1 ที่ 710 เสียง บ้านผลบอลทีเด็ดวันนี้

ในตอนที่ คาวานี่ ตามมาเป็นชั้นสองที่ 507 คะแนน ส่วน แรชฟอร์ด ได้ไป 230 คะแนน แล้วก็ มาร์กซิยาล รั้งชั้นท้ายที่สุดได้ไปเพียงแค่ 81 คะแนนแค่นั้น

เซอร์ไพรส์

แฟนบอลที่ต้องการมองเห็น กรีนวู้ด พอดีจริงรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “การจบสกอร์ของเขาน่าทึ่งมากมาย แล้วก็มีแต่ว่าจะดียิ่งขึ้นเรื่อยแม้เขาได้โอกาสลงสนามมากขึ้น”

ระหว่างที่แฟนบอลอีกรายชม กรีนวู้ด ว่า “เขามีสัญชาตญานกองหน้า รวมทั้งมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม”
ฤดูก่อน เมสัน กรีนวู้ด ฉายแววเด่นจนถึงเป็นนักฟุตบอลที่หลายๆคนให้ความสนใจจนกระทั่งขั้นที่หลายฝ่ายเชื่อกันว่าเขาจะเป็นดาวดังคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ รวมทั้งของแวดวงบอลอังกฤษได้ ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจ เลยด้วยเหตุว่าฤดูกาลที่แล้วเขายิงให้กลุ่มชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง” ไป 17 จากการลงเล่น 49 นัดหมายในทุกรายการ

เซอร์ไพรส์

แต่ แผนภูมิที่พุ่งสูงของหน้าแข้งวัย 19 ปีกลับตรงลงเหวอย่างมากในตอนไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภายหลังที่เขามีปัญหาเรื่องนอกสนามหลายหน ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดกฎการกักตัวในตอนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการไปกุ๊กกิ๊กกับสาว 2 คนร่วมกับ ฟิล โฟเด้น ตอนไปเล่นให้กลุ่มชาติอังกฤษ, การไปฝึกซ้อมสาย รวมทั้งการไม่ทุ่มเทสำหรับการฝึกซ้อม ฯลฯ ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากกังวลว่าเขาอาจจะอนาคตดับเร็วกว่าที่คิดกันเอาไว้

แน่ๆ นี่ไม่ใช่คราวแรกที่นักฟุตบอลซึ่งเติบโตมาจากอะคาเดมี่ของ มีปัญหาเรื่องนอกสนาม โดยผู้คนจำนวนมาก บางครั้งก็ อาจจะรำลึกถึง ราเวล มอร์ริสัน ได้อย่างดีเยี่ยม

ภายหลังที่ มอร์ริสัน เคยฉายแวว เด่นตอนอยู่กับ กลุ่มเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด จนบางรายเปรียบเทียบเขากับ พอล แกสคอยน์ แต่ว่าเจ้าตัวกลับ มีวินัยนอกสนามที่ย่ำแย่จนแจ้งกำเนิดไม่สำเร็จ

แม้กระนั้น มันยังส่งผล ผลิตจากอะคาเดมี่ของ อีกคนที่มีปัญหา กับเรื่องนอกสนามจนถึงแปลงเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนใดที่ทำให้ อนาคตของ เขาจำเป็นต้องดับวูบ นั่นเป็นชายที่มีชื่อวัา มัดส์

ได้ย้ายมาอยู่กับ ในปี 2000 หลังจากที่ เขาทำผลงาน ได้โดดเด่น ในอะคาเดมี่ของ โอเดนเซ่ ซึ่งขณะนั้น ได้รับการยกย่อง จากคนในแวดวง บอลเดนมาร์กว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงคนหนึ่ง

รวมทั้งเขา ก็ใช้เวลา แค่เพียงราว 2 ปีกลายที่กำลังจะได้เล่นให้กลุ่มชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรก นั่นเป็นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก นัดหมายที่กลุ่มของผู้จัดการทีม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เจอกับ มัคคาบี้ ไฮฟา เมื่อตอนตุลาคม ปี 2002

นัดหมายดัง ที่ได้กล่าว มาแล้วไม่เป็นผลกับ เนื่องจากว่าพวกเขา รับประกันการเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม รอบ 2 ไปเป็นที่เป็น ระเบียบแล้ว โดยที่ ทิมม์ ถูกสลับตัวลงในสนามแทน ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ในนาทีที่ 79 แล้วก็แม้ท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด จะแพ้ไป 0-3 บาร์นส์ชี้

แต่ว่าใน ช่วงเวลา นั้นมันก็มิได้ มีผลเสียอะไรกับ เท่าไรนัก แถมเขายัง อยู่ในกลุ่มเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดที่ได้แชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ประจำฤดู 2002-03 ด้วย

หนึ่งในจุดแปลง ในอาชีพการค้า หน้าแข้งของ เป็นการที่ ตกลงใจเอา ชายหนุ่มที่ชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อตอนซัมเมอร์ ปี 2003 ซึ่งทั้งยัง ทิมม์ และก็ โรนัลโด้ ชอบโดน คนในกลุ่ม เอามาเปรียบเทียบ กันอยู่บ้าง รวมทั้ง ทิมม์ ก็สารภาพเองว่า เขาสู้อีกข้างมิได้

“เขาเป็นขั้วตรงกันข้ามของผม เขาบุกขึ้นหน้าอย่างเต็มเปี่ยม, มีความแน่แน่ว และก็เชื่อมั่นในตัวเองเป็นอย่างมาก ครั้งใดก็ตามพวกเราดวลกันในสนามน่ะเขาจะมีผลให้ผมไม่มีแรงได้เสมอ ในขณะที่จริงๆแล้วผมเป็นพวกไม่มีแรงได้ยากมากมายเลยค่ะ แม้กระนั้นเขา ทำให้ผม หมดสภาพได้” ทิมม์ เคยกล่าวเอาไว้อย่างงั้นใน Red Devil หนังสืออัตประวัติของเขาเอง

แม้กระนั้น ในช่วงเวลา นั้นมัน ก็ยังไม่นับว่า หมดอนาคตกับ เนื่องจากเขายังได้อยู่ในกลุ่มเยาวชนของ สมาพันธ์ถัดไป รวมทั้งผู้คน จำนวนมากมั่นใจว่าเขายังได้โอกาสก้าวขึ้นมาสู่กลุ่ม ชุดใหญ่ของกลุ่มได้…จนกว่าถึงวันที่ 14 เดือนมกราคม ปี 2004

ในวันนั้น ขับขี่รถออกมาจาก แคร์ริงตัน สนามฝึกของกับ คัลลั่ม ฟลานาแกน สหายร่วมกลุ่มของเขา แม้กระนั้นพวกเขา ดันนึกสนุกด้วย การตัดสินใจที่จะแข่งขันซิ่งรถยนต์กัน โดยที่ในรถยนต์ของ ฟลานาแกน มี ฟิล มาร์ช อีกหนึ่งลำแข้งเยาวชนของ นั่งอยู่ด้วย ซึ่งทั้งสองต่างก็เหยียบ คันเร่งด้วย ความเร็วระหว่าง 60-65 ไมล์ต่อชั่วโมง ทั้งๆที่พื้นที่ แถบนั้นกำหนด ให้ขับได้เร็วสุดเพียงแค่ 40 ไมล์ต่อชั่วโมงแค่นั้น

ในที่สุดแล้วรถยนต์ของ ฟลานาแกน ก็เสียการควบคุมจนกระทั่งไปชนกับรถยนต์คันหนึ่งแบบเต็มแรง ทำให้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับการแข่งขันของพวกเขาเลยจะต้องได้รับบาดเจ็บ ส่วน มาร์ช ก็จำต้องให้เจ้าหน้าที่มาช่วยงัดออกจากรถยนต์ โดยที่ ทิมม์ ก็โดนตั้งข้อหาในหัวข้อนี้ด้วย โทษฐานที่เป็นคนซิ่งรถแข่งกับ ฟลานาแกน ก่อนที่จะนำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เรื่องนี้ทำให้คนของ โกรธมากๆโดยที่ ฟลานาแกน โดนขับออกมาจากสมาคมในทันที ส่วน ทิมม์ ถึงจะยังได้ อยู่กับกลุ่มต่อ แม้กระนั้นมันก็ทำให้อนาคตของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เซอร์ไพรส์ ในอีกราว 1 ปีให้หลัง ศาลก็ตัดสินว่าทั้งคู่มีความผิดจริง โดยที่ โดนส่งเข้าสถานกักกันเยาวชนนนา 12 เดือน ส่วนของ ฟลานาแกน โดนไป 8 เดือน แถมพวกเขายังถูกตัดสิทธิ์จากการขับรถยนต์นาน 3 ปีด้วย โดยตุลาการถึงกับขนาด กล่าวว่ามันโชคดีเพียงใดแล้วที่ไม่มีคนตายจากเรื่องราวในคราวนี้

สุดท้ายแล้ว ก็โดนปล่อย ออกจาก ในปี 2006 กับการได้เล่นให้กลุ่มชุดใหญ่เพียงแค่ราว 11 นาทีแค่นั้น โดยจากนั้นเขา ก็ไปอยู่กับ โอเดนเซ่

แม้กระนั้นก็ไม่อาจจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้กระทั่งแขวนสตั๊ดกับ ลิงบี้ ในปี 2009 ก่อนที่จะกลับมาเล่นกับ เคอร์เทมินเด้ กลุ่มเล็กๆกลุ่ม หนึ่งในบ้านกำเนิดในปี 2011 แล้วก็เกือบจะเป็นคนที่ถูกลืมไปโดยสิ้นเชิง